พ่อหลวงสอนใว้...พอเพียง คือ ความพอดี ของชีวิต

พ่อหลวงสอนใว้...พอเพียง คือ ความพอดี ของชีวิต
ขอให้พระคุ้มครองคนทำความ...ดี

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เครือข่าย ศูนย์ฯจ.ชลบุรี อ.เกาะสีชัง - อ.ศรีราชา สร้างกลไกคุ้มครองสิทธิ ขยายผลลงสู่พื้นที่ อย่างต่อเนื่อง

                             ออกบูธ - ขยายผล ร่วมกับ ศูนย์การเรียนรู้ ชุมชนฯ
                               
         ภาคีเครือข่าย ศูนย์ฯจ.ชลบุรี เขตพื้นที่  อ. เกาะสีชัง   ได้จัดเวทีขยายผลการทำงานเพื่อสร้างกลไกการคุ้มครองสิทธิ  ร่วม กับ ท้องถิ่น ในอำเภอเกาะสีชัง  ครอบคลุมเต็มพื้นที่  มีแกนนำเยาวชน อาสาสมัคร ชุมชน  เข้ามาร่วมทำงานอย่างแข็งขัน ขณะนี้ได้รับการตอบรับดีมาก แกนนำ มุมานะ เอาจริง เอาจัง  โดยร่วมกันสร้างกระขบวนการเรียนรู้ด้านการคุ้มครองสิทธิ กับ หมอโรงพยาบาลชุมชน ศูนย์การเรียนรู้ และ พัฒนาชุมชน เพื่อสร้างการเรียนรู้  สู่ชุมชนด้วยกัน  เกิดการบูรณาการ  การทำงานเชื่อมโยงกันทำให้ผู้บริโภค  มีความรู้ และ สร้างเข้มแข็งให้กับ ชุมชน ด้วย  “รู้เรื่องสิทธิ  ชีวิตผาสุข  ไม่ถูกเอาเปรียบ”

                                 เครือข่าย อ.ศรีราชา

                             กิจกรรม - ภาคีเครือข่าย อ. ศรีราชา
                                 ผู้บริโภค ที่เข้าร่วมรับฟัง แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ความรู้ และ รับหนังสือ สบท.           
                                                        ผู้บริโภค ในเขตพื้นที่ อ.ศรีราชา
     แกนนำ คณะกรรมการ ศูนย์ฯจ.ชลบุรี - เครือข่าย พื้นที่ อ.ศรีราชา   ได้ร่วมจัดเวทีขยายผลให้ความรู้ เรื่องสิทธิ และนโยบาย สบท. และ แนะนำ ศบท.ชลบุรี ให้ ผู้บริโภค  ได้รับทราบ ในเขตพื้นที่ อ.ศรีราชา ณ ตำบลบางพระ  อีกทั้งเปิด บูธ รับเรื่องร้องเรียน เรื่อง  สิทธิที่ถูกละเมิด ลงไปในระดับพื้นที่  เเบบ เคาะประตู บ้าน เพื่อรับร้องเรียน  และให้คำปรึกษา เรื่อง  สิทธิ เข้าในชุมชน 
     ซึ่งมีทั้ง จนท.รพ. แกนนำ อาสาสมัคร  ในพื้นที่เข้าร่วมเวที กว่า ๑๐๐ คน  เข้าร่วมในเวทีดังกล่าว และ จะจัดขึ้นประจำทุกเดือน เพื่อร่วมสร้างความรู้ สู่ประชาชขน ผู้บริโภค ต่อไป 
       ขอขอบคุณ  คณะกรรมการ แกนนำ อาสาสมัคร อ.ศรีราชา  นำโดย อาจารย์ ทวี  พรประเสริฐ และ คุณ จำรูญ  เข้มเเข็งมาก เข้าไปขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันขยายผลการทำงาน...แบบนี้เขาเรียกว่าทำงาน จริงๆนะซิบอกหั่ย...พี่น้องเอ่ย

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การคงสิทธิเลขหมาย...มีสิทธิ เลื่อนอีกแล้ว

กทช. โยนหินถามทางอีกแล้ว ซื้อเวลา เรื่อง การคงสิทธิ เลขหมาย อาจต้องเจอโรคเลื่อน ข่าวว่า อาจเลื่อน ไปเดือน ตุลาคม  อีกแล้ว...ได้เวลาเป่านกหวีดแล้วมั้ง.......พี่น้อง ขา...หรือว่า  รอ ....การประกาศ 3.9 จี  ออกมาก่อน

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

องค์กรผู้บริโภค ขอคัดค้านการคงสิทธิเลขหมายที่มีค่าใช้จ่าย 99 บาท

กทช.เห็นชอบค่าโอนเลขหมายเบอร์เดียวทุกค่าย 99 บาท คาดเปิดบริการ ก.ย.นี้

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กทช. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบอัตราราคาคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ต อะบิลิตี้) ในราคา 99 บาท โดยมีเงื่อนไขการโอนเข้าระบบภายใน 3 วัน ซึ่งขณะนี้ระบบตรวจรับปริมาณการใช้งาน (เคลียร์ริ่งเฮ้าส์) ติดตั้งอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างทดสอบระบบใน 3 ระดับ คือ การทดสอบระบบโครงข่าย การทดสอบการเข้า-ออก ระบบเกตเวย์ และการทดสอบระหว่างผู้ให้บริการแต่ละราย จะเปิดบริการได้ในเดือนกันยายน หลังจากทดสอบระบบเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ต่อร่างประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์ เคลื่อนที่ (International Mobile Telecommunication : IMT) ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3.9 จี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดย กทช.ได้สรุปข้อคิดเห็นจากกลุ่มองค์กรภาคเอกชนต่าง ๆ ที่ดำเนินกิจการโทรคมนาคม ส่วนประเด็นการสรุปราคาเริ่มต้นประมูลใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ จะประชุมอีกครั้งเร็วๆนี้


   องค์กรผู้บริโภค  ไม่เห็นด้วยว่า การคงสิทธิ  ย้ายค่าย  ทำไมต้องเสียค่าใช้จ่าย 99 บาท  มีที่มาอย่างไร? ช่วยแจกแจงด้วย ......เราขอคัดค้าน  การเรียกเก็บ   99  บาท  
      ต้องไม่มีค่าใช้จ่าย หรือ ไม่เกิน 9 บาท ด้วยซ้ำไป...

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สวัสดีปีใหม่ 2553

ขอขอบคุณ  ขอให้ทุกท่าน  มีความสุข ตลอดปีใหม่  2553  และ  ตลอดไป


วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ฟ้าผ่า ข้อเท็จที่ควรรู้ รู้จักฟ้าผ่า

                         .... ประกาศ .... 
          เครือข่ายผู้บริโภค ทั่วประเทศ 
ขอประกาศเลิกใช้  ดีแทค หรือ ดีแตก  แล้วชีวิต จะเป็นสุข  ลองดูซิ ...ขอบอก...ขออวยพรให้เป็นสุข  ทุกคน


***   ฟ้าผ่า ข้อเท็จจริงที่ควรรู้  (ส่วนหนึ่ง)  ***



      ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการปลดปล่อย ประจุไฟฟ้าในอากาศ ฟ้าผ่าที่เกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่เป็นการปลดปล่อยประจุออกจากเมฆฝนฟ้าคะนอง หรือที่นักอุตุนิยมวิทยา เรียกว่า"เมฆคิวมูโลนิมบัส" (Cumulonimbus)


     เมฆฝนฟ้าคะนอง มีลักษณะเป็นก้อนเมฆใหญ่มหึมา บริเวณฐานเมฆ (ขอบล่าง) สูงจากพื้นราว 2 กิโลเมตร ส่วนยอดเมฆ (ขอบบน) อาจสูงได้ถึง 20 กิโลเมตร ภายในก้อนเมฆมีการไหลเวียนของกระแสอากาศอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้หยดน้ำและก้อนนำแข็งในเมฆเสียดสีกันจนเกิดประจุไฟฟ้า


"ฟ้าผ่า" มีอย่างน้อย 4 แบบหลัก ได้แก่


1) ฟ้าผ่าภายในก้อนเมฆ ฟ้าผ่าแบบนี้เกิดเกิดมากที่สุด และทำให้เมฆเปล่งแสงกระพริบที่คนไทยเราเรียกว่า "ฟ้าแลบ" นั่นเอง


2) ฟ้าผ่าจากเมฆก้อนหนึ่งไปยังเมฆอีกก้อนหนึ่ง


3) ฟ้าผ่าจากฐานเมฆลงสู่พื้น เป็นการปลดปล่อยประจุลบออกจากก้อนเมฆ จึงเรียกว่า "ฟ้าผ่าแบบลบ" (Negative Lightning) ซึ่งเป็นฟ้าผ่าที่อันตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งต่างๆที่อยู่บนพื้น โดยจะผ่าลงบริเวณ "ใต้เงา" ของเมฆฝนฟ้าคะนองเป็นหลัก
4) ฟ้าผ่าจากยอดเมฆลงสู่พื้น เป็นการปลดปล่อยประจุบวกออกจากก้อนเมฆ จึงเรียกว่า "ฟ้าผ่าแบบบวก" (Positive Lightning) สามารผ่าได้ไกลจากก้อนเมฆได้ถึง 30 กิโลเมตร นั่นคือ แม้ท้องฟ้าเหนือศรีษะของเราจะดูปลอดโปร่ง แต่เราอาจถูกฟ้าผ่า (แบบบวก) ได้หากมีเมฆฝนฟ้าคะนองอยู่ห่างไกลออกไปในระยะ 30 กิโลมตร อันเป็นที่มาของคำว่า "ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ" ซึ่งเป็นฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นโดยเราไม่ได้คาดคิดนั่นเอง
ฟ้าผ่ากับผลกระทบต่อ "ชีวิตคน"
ข้อมูลจาก นพ.อดิศีกดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอกดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า ผู้ถูกฟ้าผ่าประมาณ 1/3 หรือร้อยละ 30 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนที่รอดจะมีความพิการถาวรจากการถูกทำลายระบบประสาท เช่น อัมพาต ตาบอด หูหนวก เป็นต้น
ไฟฟ้าจากฟ้าผ่า มีแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 100 ล้านโวลต์ มีกระแสไฟฟ้าประมาณ 25-250 กิโลแอมแปร์ (KA) มีอุณหภูมิประมาณ 15,000 องศาเซลเซียส มีความเร็วประมาณ 1/10 ของความเร็วแสง สามารถวิ่งผ่านร่างกายด้วยเวลาเพียง 1/10,000 - 1/1,000 วินาที จึงส่งผลต่อการเต้นของหัวใจและการทำงานของระบบประสาท
สถิติความสูญเสียจากฟ้าผ่าในประเทศไทย ข้อมูลจากการนำเสนอข่าวประเด็นฟ้าผ่าในสื่อหนังสือพิมพ์ พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 - มิถุนายน 2552 มีผู้เสียชีวิต 39 คน บาดเจ็บ 16 คน
               ข้อมูลจาก สบท.